ล็อกเก็ตมีแบบไหนบ้าง แนะนำร้านรับทำล็อกเก็ต

ล็อกเก็ตมีกี่แบบ กรอบมีแบบไหนบ้าง

ล็อกเก็ตมีแบบไหนบ้าง แนะนำร้านรับทำล็อกเก็ต

Content Protection by DMCA.com

หากพูดถึง ล็อกเก็ต แล้วละก็ตามสากลที่คนทั่วไปมักเข้าใจนั้นล็อกเก็ตจะหมายถึง ตลับหรือกรอบล็อกเก็ตที่สามารถเปิด-ปิดเพื่อนำสิ่งของเล็กๆ เช่น รูปถ่ายพ่อแม่ คนรัก พระเกจิ ครูบาอาจารย์ หรือ รูปรัชกาลต่างๆ ใส่ลงไปเพื่อเป็นที่ระลึก แต่สำหรับคนไทยอีกส่วนหนึ่งมักจะนึกถึง ล็อกเก็ตหินหรือเซรามิก ซึ่งเป็นการสกรีน/หรือวาดรูปลงไปบนแผ่นโลหะที่เคลือบด้วยเซรามิกแล้วนำไปผ่านกระบวนต่างๆมากมายเพื่อให้เกิดความคงทน ในวันนี้เราจะอธิบายให้ฟังว่าแท้จริงแล้วล็อกเก็ตคืออะไร มีกี่แบบๆไหนบ้าง มีกรรมวิธีการทำการผลิตเบื้องต้นอย่างไรบ้าง และ กรอบหรือจี้ล็อกเก็ตมีแบบไหนบ้าง แล้วปกติคนเค้านิยมบรรจุใส่อะไรลงไปด้านในได้บ้าง พร้อมตัวอย่างสวยๆให้รับชมกัน และสุดท้ายจะมาแนะนำร้านรับทำล็อกเก็ตว่ามีที่ไหนกันบ้างในประเทศไทยและควรไปทำที่ไหนดี แต่ก่อนอื่นเลยบทความนี้จะขอเรื่มที่ชนิดและประเภทของล็อกเก็ตก่อนเลยละกันเพราะว่ามีคนถามถึงค่อนข้างเยอะเป็นอันดับแรก


ล็อกเก็ตหินหรือเซรามิกคืออะไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง ?

ล็อกเก็ตแบบตลับ vs แบบกรอบ
ล็อกเก็ต หินอ่อนหรือภาพหินหรือเซรามิกแท้ คือสิ่งเดียวกัน โดยจะมีลักษณะเป็นโลหะเคลือบด้วยเซรามิกสีขาวและมีการสกรีนหรือลงสีทับลงไป โดนทั่วไปจะมักจะนิยมเป็น ล็อกเก็ตพ่อแม่ (คนส่วนใหญ่จะนิยม) รูปรัชกาลที่ 5 รูปพระเจ้าตาก รูปเทพตามศาสนาฮินดู เช่น พระพิฆเนศ รูปพระเกจิ เช่น หลวงปู่ทวด สมเด็จโต หลวงปู่มั่น และ อื่นๆ และนำไปเข้าเตาเผาผ่านกระบวนการต่างๆ โดนในปัจจุบันก็จะมี 2 เกรดหลักๆคือ ล็อกเก็ตแบบ handmade และ แบบคอมพิวเตอร์ โดยแบบแรกจะมีราคาแพงถึงหลักหลายร้อยบาทต่อหนึ่งชิ้นเนื่องจากต้องอาศัยฝีมือที่มากกว่าแต่ก็จะมีสเน่ห์ความสวยขลังคลาสสิกแบบดั้งเดิมและคงทนมากกว่าด้วย ซึ่งในปัจจุบันในประเทศไทยเหลือช่างฝีมือสายนี้อยู่ไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ปิดไปแล้ว ในส่วนวัสดุนั้นนอกจากแบบหินแล้วก็จะมีล็อกเก็ตเรซิ่นและพลาสติกซึ่งมีราคาถูกมากเป็นงานโหลแต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะตัวงานไม่คงทนไม่มีความคลาสสิก

ขั้นตอนการทำล็อกเก็ตเบื้องต้น (เกือบทั้งหมดจะเป็นงานทำมือ)

  1. แต่งภาพ : จัดแต่งภาพที่ลูกค้าส่งมาให้เรียบร้อย โดยอาจจะทำให้ภาพคมชัดขึ้น หรือ เปลี่ยนเสื้อผ้า โดยลูกค้าจะส่งมาเป็นภาพพ่อและแม่แยกกันก็ได้ โดยช่างจะนำมาตัดต่อเป็นรูปเดียวกันเอง
  2. ทำแกน : สร้างแกนล็อกเก็ต ซึ่งเริ่มจากการนำแผ่นโลหะ เช่น ทองแดง ทองเหลือง นิกเกิล มารีดให้ได้ความหนาตามที่ต้องการ และ ตัดรูปทรงตามพิมพ์ที่ลูกค้าสั่ง เช่น วงกลม วงรี สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ห้าเหลี่ยม รูปไข่ หยดน้ำ หรือ หัวใจ
  3. ทำหน้าเซรามิก : นำผงเซรามิกสีขาวมาโรยเคลือบด้านหนึ่ง และ เข้าเตาเผาตาขั้นตอนของโรงงาน
  4. สกรีนภาพ : สกรีนหรืออัดภาพต้นแบบลงไปบนผิวเซรามิก หรือ ที่เค้าเรียกว่าขึ้นรูปจากฟิล์ม โดยพิมพ์ภาพลงบนฟิล์ม ใช้น้ำยาสูตรพิเศษและนำเข้าสู่กระบวนการสกรีน โดยในจังหวะนี้ ถ้าเป็นงาน handmade ดั้งเดิมจริงๆ เค้าจะใช้อัดรูปลงไปเป็นแค่โครงร่างสีขาวดำคร่าวๆ เพื่อนำไปลงสีด้วยมือต่อ ส่วนพวกตัวงานคอมพิวเตอร์สมัยใหม่โดยมากจะให้ความรู้สึกเหมือนการติดสติกเกอร์น้ำสี
  5. ลงสี : ในกรณีของงาน handmade จะใช้สีเซรามิก หรือ สีผงแร่ ที่ทนไฟและความร้อน พร้อมกับพู่กันขนาดเล็ก วาดภาพให้ชัดเจน แต่งสีชุด เสื้อผ้า หน้า ผม ให้เหมือนจริงมากที่สุด หลังจากนั้นก็จะพ่นสีฉากพื้นหลัง เช่น สีฟ้า ซีเปีย ขาวดำ ทอง ม่วง ภาพเก่า อื่นๆ และ สามารถเพิ่มความหรูหราด้วยการลงลวดลายน้ำทองลงไปเพิ่มซึ่งจะนิยมใช้กับรูปรัชกาลต่างๆ และนำไปเข้าเตาเผาเพื่อให้สีฝังเข้าไปในเนื้ออย่างสมบูรณ์ ในขั้นตอนถือว่าเป็นเสน่ห์ของงานทำมือเลยเพราะว่างานแต่ละชิ้นจะมีรายละเอียดลวดลายเส้นที่แตกต่างกันเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
  6. เคลือบกระจกเซรามิก : ทาน้ำยาเคลือบเซรามิกลงไปที่หน้าของล็อกเก็ต แล้วนำไปเผา ให้ช่วยให้มีความเงางาม คงทนต่อการขีดขวน แสงแดด และ สารเคมีต่างๆ
  7. อุดหลัง : หากเป็นล็อกเก็ตรูปพระเกจิ ส่วนใหญ่ลูกศิษย์นำในมวลสาร เช่น ว่านยา ผงพุทธคุณ ดอกตะกรุด อัฐิ เส้นผม หรือ องค์พระเล็กๆ อุดลงไปที่ด้านหลัง แล้วปั้มฝาหลังจากเงินทองแดงหรือทองคำที่มีขนาดเท่ากันมาปิดทับลงไป ซึ่งส่วนมากก็จะแกะลายด้วยมือหรือเลเซอร์ลงไปที่แผ่นหลังด้วย เช่น ยันต์ต่างๆ หรือ ชื่อพระเกจิ หรือ หากเป็นล็อกเก็ตพ่อแม่ ก็จะนิยมใส่เป็นเส้นผมหรืออัฐิ ปล. สำหรับล็อกเก็ตเรซิ่นหรือพลาสติกนั้นจะไม่สามารถทำการอุดหลังได้เพราะว่าวัสดุไม่ทนไฟจะเกิดฟองอากาศและการหดยืนให้ชิ้นงานเสียได้
  8. เลี่ยมกรอบ : สุดท้ายจะนิยมนำไปเลี่ยมกรอบทอง หรือ ตลับทอง หรือ ล็อกเก็ตเปิดปิดได้ โดยก็จะมีแบบและเทคนิคหลายแบบให้เลือก

ล็อกเก็ตมีกรอบแบบไหนให้เลือกบ้าง?

สำหรับคนที่มีล็อกเก็ตหินอยู่แล้วและอยากจะหาร้านทำกรอบเลี่ยมใส่เพื่อป้องกันการตกหล่นและเป็นรอยและพกติดตัวในชีวิตประจำวัน

ร้านท้าวสยามของเรา รับทำกรอบใส่ล็อกเก็ตอยู่ 2 แบบหลัก คือ แบบตลับ และ แบบกรอบ หรือบางคนที่เรียกรวมๆว่าจี้ล็อกเก็ต โดยวัสดุที่ใช้ก็จะเป็นทองคำแท้โดยสามารถนำไปชุบพิงค์โกลด์หรือทองขาวเพิ่มเติมได้ อีกทั้งจะมักจะนิยมฝังเพชรพลอยลงไปอีกด้วย


ล็อกเก็ตแบบกรอบ

ล็อกเก็ตพ่อแม่

ตัวเรือนจะปิดตาย ไม่มีบานพับ ซึ่งข้อดีหลักเลยคือ ราคาถูกกว่าแบบตลับเพราะใช้น้ำหนักทองน้อยกว่าและค่าแรงถูกกว่า สามารถเลือกรูปทรงได้ไม่จำเป็นต้องเป็นทรงเดียวกับรูปเสมอไป โดยจะมีออฟชั่นคือเลือกได้ว่าจะ เปิดหน้าจอด้านเดียวหรือสองด้านเลยก็ได้ ถ้าหากเปิดจอแค่ด้านเดียว อีกด้านหนึ่งก็จะนิยมแกะลายสวยๆ หรือ คำพูดดีๆลงไป หรือถ้าหากเป็นรูปพระเกจิก็จะนิยมแกะเป็นยันต์ลงไปบนแผ่นหลังของล็อกเก็ตด้วย นอกจากนี้ยังเลือกได้อีกว่าจะเลี่ยมอัดพลาสติกกับรูปล็อกเก็ตไหม ถ้าไม่อัด เราจะก็ต้องทำการเว้นเผื่อระยะห่างระหว่างหน้าจอกรอบและผิวหน้าของรูปให้เหมาะสมเพื่อป้องกันการกระแทกและการสัมผัส แต่ถ้าอัดพลาสติกลูกค้าส่วนมาก็จะนิยมนำพวกผงพุทธคุณ เส้นผม อัฐิ ดอกตะกรุด หรือ ของวิเศษต่างๆ เลี่ยมใส่ไว้ด้านหลังลงไปด้วยเลย

ล็อกเก็ตสี่เหลี่ยม vs ล็อกเก็ตไข่

ล็อกเก็ตแบบครอบพลาสติก vs ไม่ครอบพลาสติก

ล็อกเก็ตพระเกจิ
ล็อกเก็ตใส่รูปถ่าย

ล็อกเก็ตใส่รูปถ่ายพระเกจิ

นอกจากพวกรูปถ่ายแล้ว อัฐิก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่คนนิยมนำมาใส่ล็อกเก็ตด้วยเช่นกัน อย่างเช่นตัวอย่างด้านล่างนี้ก็จะเป็นล็อกเก็ตอัฐิ ซึ่งนำอัฐิมาอัดลงในพลาสติกกันน้ำแล้วขึ้นตัวเรือนฝาทองคำ 2 ด้านเป็นทรงหยดน้ำที่มีขนาดความโค้งสมมาตรเท่ากันและสามารถเชื่อมประกบปิดกันได้พอดี โดยตัวงานประเภทที่ทำเหมือนกันหลายๆชิ้นแบบนี้จะเป็นงานแกะwax แล้วหล่อแม่พิมพ์ขึ้นมาเลย เพราะว่างานขึ้นมือชิ้นต่อชิ้นธรรมดาจะทำได้ไม่เป๊ะ ซึ่งหลังทำเสร็จก็นำมาชุบ Rhodium หรือ Pink gold แล้วก็เลเซอร์ชื่อและข้อความลงไปอย่างสวยงามลงตัว โดยfontตัวอักษรก็สามารถเลือกได้หลายสไตล์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานทันสมัยสไตล์โมเดิลที่ทางร้านทำได้

ล็อกเก็ต ทันสมัย


ล็อกเก็ตเปิด-ปิดได้แบบตลับ

ตัวเรือนจะมีบานพับทำให้สามารถเปิด-ปิดได้ และ ยังสามารถเลือกได้ว่าจะปิดทึบหน้าตลับทั้งสองด้านเลย หรือ จะเปิดด้านหนึ่งเป็นจอพลาสติกหรือจะเปิดทั้งสองด้านเลยก็ได้ จะคล้ายๆกับตลับพระ แต่ล็อกเก็ตนั้นจะนิยมทำให้ดูมีความ modern มากขึ้น โดยอาจจะใช้พื้นผิวแบบขัดเงาและแกะลาย artwork สวยๆลงไป หรือ แกะลายเป็นชื่อคนรักหรือ quote คำพูดเก๋ๆลงไปเพิ่ม โดยแบบตลับนั้นจะสามารถใส่ลวดลายและลูกเล่นได้มากกว่าแบบกรอบเพราะว่ามีพื้นที่ผิวให้ใช้แต่งเติมมากกว่า แต่ราคาก็จะสูงกว่าเนื่องจากต้องใช้ปริมาณเนื้อทองในการผลิตมากกว่า นอกจากนี้ก็จะมี ตลับล็อกเก็ตแบบรองสองชั้นแบบงานจิวเวลรี่เพชรพลอยอีกด้วย โดยด้านหน้าจะดีไซน์แบบจี้เพชรและฉลุลายฝาหลังอย่างสวยงาม เหมาะสำหรับใส่ออกงานสังคมเป็นอย่างมาก

สำหรับทั้ง 2 แบบหลักนี้ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องใส่กับสร้อยห้อยคอเสมอไป เพราะว่าเราสามารถติด เข็มกลัด หรือ แหนบ เพิ่มเติมไปให้ได้ซึ่งจะเอาไว้กลัดกับเสื้อผ้า หรือว่า แหนบติดกับกระเป๋าเสื้อเชิตหรือคอเสื้อก็ดูดีเช่นกัน

นอกจากนี้แล้ว รูปล็อกเก็ตหิน ก็นิยมนำไปใช้เป็นหัวแหวนอีกด้วย หรือแผ่นทองเปิดหลังล็อกเก็ต เพื่อใช้สำหรับใส่มวลสารต่างๆ และ laser ข้อความหรือชื่อพระเกจิ เราก็รับทำเช่นกัน

จี้ล็อกเก็ต เพชรแท้จิวเวลรี่
ล็อกเก็ตใส่รูป เปิด-ปิดได้


แนะนำร้านล็อกเก็ตในไทย

ร้านรับล็อกเก็ต ที่แรกของประเทศไทย

เนื่องจากร้านท้าวสยามของเรารับทำเฉพาะกรอบและตลับไว้สำหรับใส่ล็อกเก็ตเท่านั้น ไม่ได้รับทำในส่วนของรูปหิน เราเลยอยากจะมาแนะนำร้านที่รับทำล็อกเก็ตหินพ่อแม่ในไทยให้ผู้อ่าน

ร้านนางเลิ้งอ๊าร์ต เป็นร้านล็อกเก็ตร้านแรกและเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย มีลูกค้าในไทยและต่างประเทศ อีกทั้งยังการันตีฝีมือความสามารถด้วยการถูกนำไปออกสื่อและช่องรายการต่างๆหลายช่อง ในปัจจุบันกิจการตกทอดมาถึงทายาทรุ่นที่สี่ ถ้าเป็นเรื่องล็อกเก็ตพ่อแม่รูปหินประเภทแฮนด์เมด(handmade) ประเภททำชิ้นต่อชิ้นลงสีเก็บรายละเอียดด้วยมือเองละก็ ร้านนี้ถือว่าเป็นตัวจริงเสียงจริงเลยหละ โดยชิ้นงานทุกชิ้นจะมีสลักชื่อนางเลิ้งอ๊าร์ตอยู่ข้างหลัง

นอกจากนี้ก็ยังมีร้านอีกหลายที่ เช่น อังคารศิลป์, สมพรล็อกเก็ต, โรงงานศรีสุข, โรงงานรุ่งจิตรศิลป์, จิรัชญา, นามิศิลป์, อานุภาพ, น้ำมนต์ล็อกเก็ต, โรงปั้มพระจิรัชชา, ไทยศิลป์, เติมเต็มล็อกเก็ต, โรงงานศิลป์สยาม

ผู้อ่านสามารถลองเอาชื่อร้านเหล่านี้ไปค้นหาในกูเกิ้ลได้เลย เราไม่ได้ให้ช่องทางติดต่อของร้านไว้ในนี้เพราะว่า เบอร์โทรหรือเพจอาจจะมีการอัพเดทภายหลังได้ซึ่ง เราอาจจะไม่ได้ตามอัพเดทตาม ซึ่งอาจจะทำให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดได้


ประวัติความเป็นมาของล็อกเก็ต

Photo: royalcentral.co.uk / jhannahjournal.com

สำหรับที่อยากจะรู้ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับล็อกเก็ตเพิ่มเติม รู้หรือเปล่าว่าล็อกเก็ตนั้นจริงๆแล้วมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยของสิ่งนี้เป็นทั้งของที่ระลึก เครื่องราง และ เป็นสัญลักษณ์ของทั้งความรัก เกียรติยศ สัญญาผูกมัด และ ประตูสู่ความทรงใจในอดีต โดยแต่ละยุคสมัยนั้นก็จะมีการดัดแปรงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในประวิติศาสคร์ล็อกเก็ตชิ้นแรกๆนั้นคือแหวนของควีนเอลิซาเบธที่1 ซึ่งเป็นแหวนที่เปิดปิดได้บริเวณหัวพลอยได้ โดยด้านหนึ่งจะเป็นรูปของพระองค์และในอีกด้านจะเป็นรูปพระมารดาของพระองค์

  • ในทศวรรตที่ 16 ในโซนทวีปยุโรป ล็อกเก็ตมันถูกใช้เพื่อเป็นเครื่องรางป้องกันโชคร้ายและภูตผีปีศาจเป็นหลัก
  • ในทศวรรตที่ 17 ล็อกเก็ตเริ่มนิยมใช้เป็นสิ่งเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี โดยเหล่าทหารในคนในวังมักจะพกล็อกเก็ตที่มีรูปของกษัตริย์
  • ในทศวรรตที่ 18 เริ่มมีการทำล็อกเก็ตเป็นกรอบรูปหัวใจ แล้วนำเส้นผมของคนรักหรือคนที่เคารพที่เสียชีวิตไปแล้ว มาอัดใส่กรอบแก้วแล้วหุ้มด้วยกรอบล็อกเก็ต คล้ายๆกับกรอบพระในปัจจุบัน
  • ในทศวรรตที่ 19 ล็อกเก็ตได้กลายเป็นของที่ไว้แสดงความรำลึกถึงบุคคลที่เสียชีวิตและเป็นสัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์ โดยผู้นำแฟชั่นในตอนนั้นก็คือพระราชินีวิกตอเรีย ซึ่งทรงใส่ล็อกเก็ตรูปพระสวามีตลอดเวลาต่อหน้าประชาชน ทำให้เป็นกระแสแฟชั่นมากแรงในตอนนั้น
  • ในยุคปี 2000 เป็นต้นมา เริ่มมีการนำรูปถ่ายจริงๆมาใช้จริงๆ โดยเหล่าทหารมักจะนิยมนำรูปตนเองใส่ล็อกเก็ตและให้แก้คนรักก่อนที่จะออกไปรบเป็นเวลานาน เพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงความรัก

Ref. jhannahjournal.com/journal/musings-history-of-the-locket

บทสรุป

อ่านถึงตรงนี้คงจะได้ไอเดียพอประมาณแล้วว่า ล็อกเก็ตมีแบบไหนบ้าง มีกรรมวิธีการผลิตคร่าวๆเป็นยังไง และ จะสามารถนำล็อกเก็ตไปเลี่ยมกรอบเป็นจี้ห้อยคอ หรือ เป็นแหนบ/เข็มกลัดแบบไหนได้บ้าง อีกทั้งยังพอจะรู้แล้วว่าจะไปหาร้านรับทำล็อกเก็ตที่ไหนได้บ้าง ส่วนสำหรับคนที่อยากจะรู้ประวัติความเป็นมาก็น่าจะได้ความรู้ไปพอประมาณ หากข้อมูลส่วนไหนผิดพลาดประการใดขอก็อภัยด้วย สุดท้ายนี้ใครที่มีล็อกเก็ตพ่อแม่หรือรูปภาพรูปถ่าย แล้วอยากจะสั่งทำกรอบใส่ละก็ สามารถติดต่อร้านท้าวสยามได้เลย เรามีบริการดีไซน์ออกแบบให้ฟรีตามความต้องการของลูกค้า

Start typing and press Enter to search

Shopping Cart

ไม่มีสินค้าในตะกร้า

error: Thaosiam ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล